ทำไม Tiktok จึงกลายเป็นตัวเร่งความสำเร็จของผู้ประกอบการและธุรกิจโลคัลยุคใหม่

tiktok-and-business-launchpad

154 คือ จำนวนประเทศที่มี TikTok

850 นาที คือ เวลาที่แต่ละคนเล่น TikTok เฉลี่ยต่อเดือน 

1.1 คือ จำนวน TikToker ทั่วโลก โดยมีหน่วยเป็นพันล้านคน!

1.2 พันล้านคน คือ จำนวนผู้ใช้งานสูงสุดที่ TikTok คาดไว้ในปี 2021 

จางอี้หมิง (Zhang Yiming) ผู้ก่อตั้งไบท์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีจากปักกิ่ง ได้สร้างปรากฏการณ์ TikTok แอปฯ วิดีโอ 15 วินาทีที่ไต่ระดับความนิยมขึ้นสู่อันดับสูงสุดในบรรดาแอปฯ โซเชียลในเวลาเพียง 2 ปี (เริ่มเปิด TikTok สำหรับต่างประเทศในปี 2018) และมีการดาวน์โหลดมากกว่า 1 พันล้านครั้งใน 150 ประเทศทั่วโลก

นับตั้งแต่ 2018 จนถึงปัจจุบัน ไบท์แดนซ์เติบโตรุดหน้าเท่าเทียมกับบริษัทคู่แข่งสัญชาติตะวันตกอย่าง Netflix, YouTube, Snapchat และ Facebook แสดงถึงความสําเร็จในระดับสากล แถมยังเติบโตมากกว่า WeChat แอปฯ แชตที่ใหญ่ที่สุดในจีนของ Tencent ไปแล้วเสียอีก

ซึ่งกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาการถูกควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียจากสหรัฐฯ ภายในประเทศจีน ก็คือการทำมัน 2 แบบไปเลย ได้แก่ โต่วอิน (Douyin) สําหรับใช้ในประเทศจีน และ TikTok ที่ใช้ทั่วโลก 

หลังเปิดตัวออกมาอย่างรุ่งโรจน์ พอถึงปลายปี 2019 กลับต้องเจอสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 แต่ท่ามกลางการล็อกดาวน์ กลับกลายเป็นว่าผู้คนใช้เวลากับมือถือมากขึ้น และ TikTok กลายเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มที่มียูสเซอร์ชาวอเมริกันเข้ามาใช้สูงถึง 50 ล้านคนต่อวัน หรือประมาณ 15% ของประชากร!

โดยสถิติพบว่ากลุ่ม Gen X และ Millennials เป็นกลุ่มที่ใช้ TikTok สูงสุด ทำให้พื้นที่แพลตฟอร์มแห่งนี้กลายเป็นโอกาสสร้างธุรกิจของตัวเองได้ ด้วยการใช้ TikTok เป็นช่องทางสื่อสารกับคนอื่นๆ ผ่านรูปแบบวิดีโอคอนเทนต์ความบันเทิง แม้แต่สำนักข่าวเดอะวอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) ก็เข้าร่วมเทรนด์ด้วยการอัปโหลดเรื่องราวและวิดีโอต่างๆ บน TikTok จนมีผู้ติดตามมากกว่า 930,000 คน 

ไม่ตกเทรนด์ TikTok ไม่หยุดโอกาสทำธุรกิจ

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ TikTok คือ กลุ่มผู้ใช้หลักมีอายุระหว่าง 16-24 ปี ดังนั้นธุรกิจที่มีทาร์เก็ตเป็นวัยรุ่นเหล่านี้จึงมีโอกาสที่จะสร้างฐานลูกค้าในระยะยาวได้มากกว่า และแม้จะยังมีธุรกิจอีกจำนวนมากที่เพิกเฉยต่อ TikTok โดยคิดว่าเป็นแฟชันสำหรับเด็กเกินไป แต่อย่าลืมว่าตอนที่อินสตาแกรมเปิดตัวครั้งแรก ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นทั้งนั้น ก่อนที่จะเข้าถึงคนทุกกลุ่มและเข้าถึงธุรกิจแบบปัจจุบันนี้ 

มีการเก็บข้อมูลในปี 2020 พบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการสื่อสารและจริยธรรม และ 64% ต้องการให้แบรนด์เชื่อมต่อ เข้าถึง และเป็นกันเองกับพวกเขา

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใด แบรนด์สามารถใช้ TikTok ช่วยเพิ่มการรับรู้ รวมถึงใช้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ก็ได้ โดยการใช้แฮชแท็ก (#) เพื่อรวบรวมกลุ่มผู้ติดตาม รวมถึงสร้างแคมเปญเชิญชวนให้ TikToker ร่วมสร้างเนื้อหาในแฮชแท็กของแบรนด์ด้วย เช่น Chipotle Mexican Grill สร้างชาเลนจ์ให้ผู้ติดตามบันทึกการเต้นของตัวเองในวันอะโวคาโดด้วยแฮชแท็ก #GuacDance แคมเปญนี้ทำสถิติสูงสุดในสหรัฐอเมริกาโดยมียูสเซอร์ลงวิดีโอมากกว่า 250,000 ครั้ง และมีคนดูวิดีโอไปกว่า 430 ล้านครั้งใน 6 วัน

ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ยิ่งเหมาะสมกับแพลตฟอร์มที่ใช้ประโยชน์จากผู้ติดตามจำนวนมาก และต้องการเจาะหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อีกทั้งการตลาดแบบใช้อินฟลูเอนเซอร์ก็มีราคาถูกกว่าการซื้อโฆษณาและให้ผลลัพธ์ที่ได้ประสิทธิภาพมากกว่า มีรายงานว่าผู้บริโภค 63% ยอมรับว่าเชื่อในสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์พูดเกี่ยวกับแบรนด์มากกว่าตัวโฆษณาของแบรนด์เองเสียอีก 

จากการรวบรวมสถิติต่างๆ ของ TikTok ณ เมษายน 20211 พบว่า กลุ่ม Micro Influencer (กลุ่มที่มียอดผู้ติดตามเป็นจำนวน 5,000-100,000 คน) ได้รับอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงสุดบน TikTok คือ 17.96% (บนอินสตาแกรม 3.86% และ YouTube 1.63%) ส่วนผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์สูงอย่าง Mega-influencers (มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป) ได้รับอัตราการมีส่วนร่วมบน TikTok 4.96% (อินสตาแกรม 1.21% และยูทูป 0.37%)

ถ้าจำแนกแต่ละประเทศที่ใช้เวลาบน TikTok ในปี 2020 พบว่าญี่ปุ่นเฉลี่ย 11.4 ชั่วโมง/เดือน เกาหลีใต้เฉลี่ย 13.8 ชั่วโมง/เดือน สหรัฐอเมริกา เฉลี่ย 21.5 ชั่วโมง/เดือน และจีนเฉลี่ย 23.1 ชั่วโมง/เดือน เลยทีเดียว (จากรายงาน State of Mobile 20212)

และผลจากผู้ตอบแบบสอบถามจากการสำรวจ Wyzowl รายงานว่า มีธุรกิจที่ใช้วิดีโอเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 61% ในปี 2016 เป็น 85% ตามคาดการณ์ในปี 2020 อีกทั้งนักการตลาดร้อยละ 15 ตั้งใจที่จะลงโฆษณาใน TikTok ด้วย

เมื่อถามถึงอัตราความสำเร็จจากวิดีโอในทุกแพลตฟอร์ม พบว่า TikTok ประสบความสำเร็จสูงถึง 66% เอเจนซี่โฆษณาหลายแห่งต่างยอมรับว่า ข้อมูลในคลิปวิดีโอความยาว 15-60 วินาทีใน TikTok สามารถสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของแบรนด์ ในกลุ่มเนื้อหาที่ให้ความบันเทิง และมีศักยภาพที่จะเห็นผลลัพธ์เกือบจะในทันที

ยกตัวอย่าง บริษัทแห่งหนึ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เริ่มจากมีผู้ติดตามใน TikTok 0 คน แต่หลังจากอัปโหลดวิดีโอสินค้าสั้นๆ ก็มียอดดู 840 ครั้ง มีการคลิกเข้ามา 55 ครั้ง และได้ลูกค้าใหม่ 2 ราย

จากข้อมูลพบว่ามีคนคลิกแฮชแท็กบน TikTok มากกว่า 7.2 พันล้านครั้ง และทุกคนสามารถหารายได้บน TikTok อาจจะเป็นธุรกิจแบบซื้อมาขายไป เป็นตัวกลางนำสินค้าจากผู้ผลิตมาสร้างตลาดสร้างลูกค้าของตัวเอง ด้วยไอเดียใหม่ๆ ในการถ่ายวิดีโอ

เหมือนอย่าง ออสติน โรบิน (Austin Robyn) ยูสเซอร์ใน TikTok คนหนึ่งที่สามารถหาเงินได้ 3-4 หมื่นดอลลาร์ต่อเดือนจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods) ด้วยการขายแบบ Dropship เป็นธุรกิจที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าปลีกออนไลน์สามารถขายสินค้าให้ผู้ติดตามได้โดยตรง ไม่ต้องเก็บสต็อกสินค้า ซึ่งออสตินเริ่มใช้ TikTok ในเดือนสิงหาคม จนถึงตอนนี้ช่องของเขามีผู้กดไลค์มากกว่า 760,000 ไลค์ และมีผู้ติดตามมากกว่า 82,000 คน มีวิดีโอ 2 รายการที่มีผู้เข้าชมมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง

และโดยปกติอาจต้องซื้อโฆษณาเพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาเห็นช่องของเรา แต่ใน TikTok จะมีคนเห็นวิดีโอมากมายโดยไม่ได้ซื้อโฆษณาเลย และมันฉีกกฎวิธีการทำตลาดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไปหมด แล้วก็เป็นสาเหตุที่คนส่วนใหญ่สนใจแพลตฟอร์มนี้เพราะผู้คนถูกดึงดูด (ให้ติด TikTok) ได้ในชั่วข้ามคืน

หารายได้จากการเป็นครีเอเตอร์บน TikTok

มีสองวิธีที่เหล่าครีเอเตอร์สหรัฐฯ จะหารายได้จาก TikTok Creator Marketplace (TCM)  คือหารายได้จากยอดวิวด้วยการเข้าร่วมใน TikTok Creator Fund (ที่มีการระดมทุนไป 200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) แต่ก็ยังพบว่ารายได้ไม่เยอะและไม่สม่ำเสมอ เพราะแบรนด์ใหญ่ๆ มักให้ความสนใจครีเอเตอร์เบอร์ใหญ่ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด 

แต่การที่มีคนติดตามมาก บน TikTok bio สามารถแปะลิงก์ให้ผู้ติดตามไปซื้อสินค้าต่อบนเว็บไซต์ช็อปปิ้งได้ หรือเปิดให้บริการที่ปรึกษาส่วนบุคคลแก่คนที่สนใจเรียนรู้ เหมือนกับฮัมฟรีย์ หยาง (Humphrey Yang) ที่เขาทำวิดีโอแชร์คำแนะนำด้านการเงินส่วนบุคคลที่น่าสนใจ จนตอนนี้ช่องของเขามี 28.7 ล้านไลค์ กับผู้ติดตาม 2 ล้านคน และแม้จะมีสปอนเซอร์ในบางโพสต์ แต่มันก็ยังเป็นรายได้ไม่มากนัก ซึ่ง Yang กล่าวว่า เขามองว่า TikTok เป็นเครื่องมือทางการตลาดมากกว่าแหล่งรายได้

หรือลูกเล่นบน TikTok Ads ก็สามารถรองรับเมตริกซ์ต่างๆ เช่น การคลิกเว็บไซต์ การดาวน์โหลดแอปฯ หรือการปรับปรุงการแสดงผลออนไลน์ มีฟังก์ชันออกแบบ Video Creation Kit และสามารถตั้งเป้าหมายตามอายุเพศและสถานที่ตั้ง ทำให้คัดกรองลูกค้าที่ต้องการการสื่อสารตรงได้

TikTok ไม่ได้มีประโยชน์เป็นเพียงช่องทางในการขยายฐานผู้ชมจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างเครือข่ายและได้เชื่อมต่อกับลูกค้ากลุ่มใหญ่ในแฮชแท็กที่สนใจ แม้จะมีปัญหาโดนแบนในสหรัฐฯ และอินเดีย แต่ ByteDance ก็ได้สร้างอาณาจักรของแอปสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ท้าทายพรมแดนเนื้อหาดิจิทัลแบบเดิมๆ และเป็นสถิติใหม่ที่ไต่ขึ้นสู่อันดับสูงที่สุดในตอนนี้แล้ว

1influencermarketinghub.com

2รายงาน State of Mobile 2021 โดย App Annie บริษัทด้านการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่มีต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก