Cyber Security สายงานยอดนิยมในภาวะวิกฤต!

cyber-security-careers

จากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ทั้งโลกตกอยู่ในสภาวะปั่นป่วนทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไปจนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ ธุรกิจบางประเภทถึงกับล้มหายตายจาก แต่บางธุรกิจรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง บางคนสามารถค้นพบอาชีพและวิถีชีวิตใหม่จนหลุดพ้นไปจากกรอบการทำงานแบบเดิม แต่บางคนต้องตกงานจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังเจอกับวิกฤตในทุกๆ ด้าน จนนิคเคอิเอเชียจัดอันดับการฟื้นตัวจากโควิด โดยให้ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 119 จาก 120 ประเทศ ดีกว่าเวียดนามเพียงประเทศเดียว ในขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนก็อยู่ในช่วง 10 อันดับสุดท้ายเช่นกัน ยังไม่จบแค่นั้น ยังมีบทวิเคราะห์ที่ชื่อว่า “เมื่อโลกเริ่มไม่สนใจไทยอีกต่อไป” จาก KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังมีความน่าสนใจลดลงในสายตาของนักลงทุนจากต่างประเทศเพราะความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยหลักๆ มาจากค่าเงินบทที่แข็งค่าขึ้น นโยบายภาครัฐไม่สนับสนุนการเจริญเติบโต และที่ดูสำคัญที่สุด คือ ไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูงและการผลิตในแบบเดิมเจอคู่แข่งมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ต้องใช้นโยบายที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาและผลักดันให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับการใช้เวลาและความอดทนอย่างมหาศาลในการผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันให้ถึงที่สุด

โลกที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชัน

Oliver Rist ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ แห่งบริษัท PC Mag ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้านั้น อาชีพด้าน IT ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์หรือ Cyber Security จะมีการจ้างงานและอัตราเงินเดือนสูงเป็นอย่างมาก โดยสาขาที่มีการเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ Application Development Security อยู่ที่ 164%

คนที่อยากทำงานสายนักพัฒนาแอปพลิเคชันหรือความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ย่อมต้องใจชื้นแน่นอนเมื่อเห็นตัวตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้การคาดการณ์ออกมาแบบนี้ คือ ภาคธุรกิจต้องการแอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือในการให้บริการลูกค้ามากยิ่งขึ้น จึงมีความต้องการคนที่มีทักษะสูงมาร่วมงาน อีกสาเหตุหนึ่ง คือ การทำแอปพลิเคชันมีเกณฑ์เรื่องความปลอดภัยขั้นต้นที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นระบบ iOS หรือ Android จากการสำรวจพบว่า 83% ของแอปลิเคชันทั้งหมดในตลาดมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างน้อย 1 เรื่อง

และในเมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นมือถือแบบสมาร์ตโฟนมากกว่าเดิม และมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาทุกปี นักพัฒนาย่อมเป็นที่ต้องการมาเติมเต็มด้านแอปพลิเคชันมากยิ่งขึ้น

วิกฤตคือโอกาส

ภัยบนโลกไซเบอร์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2021 เป็นต้นมา มีรายงานเรื่องการละเมิดด้านการเข้าถึงข้อมูลมากกว่า 1,700 รายการ และสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทและองค์กรต่างๆ รวมกันเกือบ 56,400 ล้านบาท และการจะหาคนมาแก้ปัญหาจุดนี้ได้ ก็ต้องเป็นคนที่ทำงานในสาขา Cyber Security มาช่วยปกป้องความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์นั่นเอง

มากไปกว่านั้น วิกฤตโควิดยิ่งทำให้ Cyber Security มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะบริษัทส่วนใหญ่มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือ Work From Home จึงต้องมีการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจากที่บ้าน ทำให้เสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น สายงาน Cyber Security จึงมีบทบาทจากระยะไกลในการควบคุม ป้องกันและแก้ไขความผิดปกติที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว

และด้วยเหตุผลที่ทุกคนต้องทำงานที่บ้าน ระบบเก็บข้อมูลบน Cloud จึงมีความสำคัญ การโจมตีหรือภัยคุกคามบน Cloud สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการเปลี่ยนหรือย้ายระบบการทำงานจากที่ออฟฟิศมาที่บ้าน สายงาน Cyber Security ที่ดูแลเรื่อง Cloud โดยเฉพาะอย่าง Cloud Security จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง สิ่งที่ตอกย้ำความสำคัญดังกล่าว คือ ค่าตอบแทนของอาชีพนี้อยู่ที่ 15,025 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 487,716.52 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในบรรดาตำแหน่งทั้งหมดในสายงาน IT และ Cyber Security ด้วยกัน ในขณะที่ Application Development Security มีค่าตอบแทนอยู่ที่ 12,266 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 398,172.76 บาท)

ดังนั้น หากโควิดยังอยู่ การทำงานจากที่บ้านก็อาจเป็นแนวปฏิบัติต่อไปอีกสักระยะ ก็เป็นโอกาสให้คนในสายงาน Cyber Security มีช่องทางในการทำเงินมากกว่าเดิม

อีกหนึ่งวิกฤตสำหรับบริษัทที่อาจกลายเป็นโอกาสสำหรับคนทำงานสายอาชีพดังกล่าวคงเห็นจะเป็นการวิเคราะห์ถึงโลกอนาคตหลังโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกว่าอาจเกิดปรากฎการณ์ “การลาออกครั้งมโหฬาร” หรือ The Great Resignation ซึ่งพบว่านับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ชาวอเมริกันประมาณ 48% กำลังหางานใหม่อยู่

นักวิเคราะห์มองว่าการลาออกครั้งมโหฬารเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พนักงานเห็นแล้วว่าการทำงานไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิมๆ อีกต่อไป การทำงานจากที่บ้านแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำงานและนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา พนักงานบางคนพบว่าการทำงานจากที่บ้านไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานหรือผลลัพธ์ลดลงไป บางส่วนรู้สึกถูกบริษัทบังคับให้กลับเข้าออฟฟิศ จึงอยากลาออกกันมากขึ้น นอกจากนี้ การได้อยู่บ้านทำให้พนักงานมีเวลาอยู่กับคนที่รักและครอบครัวมากยิ่งขึ้น มีเวลาทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัวเองมากกว่าเดิม สุขภาพกายใจมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องทนกับภาวะเป็นพิษในออฟฟิศ แถมวิกฤตดังกล่าวยังทำให้พนักงานเริ่มมองเห็นความจริงใจของบริษัทเพราะนายจ้างบางรายไม่ได้เอาใจใส่ความเป็นอยู่ของพนักงานหรือปฏิบัติในทางที่ไม่ดีในช่วงเวลาวิกฤต จึงยิ่งเป็นตัวเร่งให้พนักงานลาออกกันเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ยิ่งทำให้สายงาน IT อย่าง Cyber Security ที่มีบทบาทอย่างมากกับการทำงานในช่วงโควิด มีโอกาสในการต่อยอดงานและเพิ่มเงินเดือนได้มากยิ่งขึ้น

ทำงาน IT ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ค่าตอบแทนสูงที่สุดในโลก

เราคงเคยได้ยินคำว่า “ขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย” หรือคำพูดทำนองนี้ใช่ไหมครับ สายงาน Cyber Security ก็เช่นกัน แต่ละที่ แต่ละประเทศก็ให้ค่าตอบแทนและแรงดึงดูดในการจ้างงานไม่เท่ากัน Techshielder บริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งสหราชอาณาจักรจัดอันดับการจ้างงาน Cyber Security ซึ่งมีคะแนนค่าจ้าง ค่าครองชีพและตำแหน่งงานว่างมาพิจารณาในการจัดอันดับ

ผลที่ออกมา คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐอเมริกามาเป็นอันดับ 1 เนื่องจากมีคะแนนค่าจ้างโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง อันดับ 2 คือสิงคโปร์ ซึ่งมีคะแนนตำแหน่งงานว่างดีกว่ากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่คะแนนค่าจ้างและคะแนนค่าครองชีพโดยเฉลี่ยได้น้อยกว่า (ยิ่งมีคะแนนค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยน้อย ยิ่งมีค่าใช้จ่ายสูง) ส่วนอันดับรองลงมา คือ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เบลเยี่ยม แคนาดา ออสเตรีย ซาอุดิอารเบียและญี่ปุ่น ส่วนกรุงลอนดอนที่เคยอยู่ลำดับต้นๆ และเป็นที่ตั้งของบริษัท Techshielder เริ่มสูญเสียความนิยมเนื่องจากค่าจ้างอยู่ในระดับต่ำ แต่มีค่าครองชีพที่แพงมาก อย่างไรก็ตาม กรุงลอนดอนยังอยู่อันดับ 3 ที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุดรองจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และสิงคโปร์

แม้ว่าสายงาน Cyber Security จะมีค่าตอบแทนสูงมาก แต่ว่าค่าตอบแทนอาจผันแปรไปตามประเทศที่จ้างงาน ดังนั้น หากเราต้องการสมัครงานกับนายจ้างหรือบริษัทประเทศไหน ก็ต้องพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนและการให้ความสำคัญกับอาชีพและนโยบายของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ด้วยนะครับ แน่นอนว่าประเทศที่คงนโยบายการจ้างงานสายเทคโนโลยีเพื่อคงความก้าวหน้าของประเทศไว้ย่อมดึงดูดคนทำงานสาย IT ดังกล่าว

สรุป

อาชีพ Cyber Security มีความสำคัญอย่างแน่นอนนับจากวันนี้ไปจน 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ว่าวิกฤตโควิด-19 จะคลายตัวหรือหายไปจากโลกมนุษย์วันไหน มีโอกาสสูงมากที่บรรยากาศในการทำงานแบบเดิมๆ จะหายไป ทุกคนอยากทำงานที่บ้าน ต้องการความสบาย มีเทคโนโลยีแก้ไขปัญหาทุกอย่างเพื่อทำให้การทำงานของตัวเองมีความราบรื่น เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและคนที่ตนรักและทำงานอย่างอื่นที่ชอบเพิ่มเติม

ดังนั้น ไม่ว่าจะสายงาน IT ไหน อาทิ Cyber Security และ Application Development Security หรือไม่ก็ Cloud Security ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาและดูแลความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรย่อมมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากตลาดแรงงานต้องการคนจาก 3 สายงานนี้มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทโดยตรงแล้ว ยังช่วยทำให้อาชีพอื่นๆ ทำงานจากที่บ้านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยที่บริษัทอาจไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟหรือค่าโทรศัพท์ประจำองค์กรเป็นจำนวนมากอีกต่อไป

เมื่ออนาคตมาอยู่ในมือขนาดนี้แล้ว

เตรียมตัว เตรียมความรู้ และรับมือกับมันกันครับ