VR + Data จะรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร?

how-vr-technology-decrease-employees-turnover-rate-in-organization

ประเด็นเรื่องพนักงานอยู่ไม่นานหรือลาออกบ่อย เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกของหลายๆ องค์กรมานานนับทศวรรษ ด้วยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในการฝึกฝนหรือเปิดรับพนักงานใหม่ ตลอดจนการคงความต่อเนื่องของประสิทธิภาพงาน

แต่ล่าสุด ได้มีการทดลองใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ในการช่วยจัดการปัญหานี้แล้ว

โปรเจกต์นี้เริ่มขึ้นโดย Kevin Jones ผู้เป็น CIO (Chief Information Officer) ของ Indiana Child Welfare Services ที่มีอัตราการจ้างพนักงานใหม่สูงถึง 1,500 คนต่อปี และมีค่าใช้จ่ายสำหรับกระบวนการดังกล่าวสูงถึง 72 ล้านดอลลาร์ต่อปี

Jones บอกว่าปัญหาที่แท้จริงคือการที่ไม่เคยมีใครค้นหาคำตอบว่าทำไมคนถึงลาออกมากขนาดนี้ โดยคิดกันเอาเองว่าเป็นปัญหาเรื่องเงินเดือน เขาจึงเริ่มทำการสำรวจและเก็บข้อมูลจากพนักงานที่ลาออกว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่แต่ละคนลาออก

ปรากฎว่าเรื่องเงินเดือนไม่ใช่ประเด็นอับดับต้นๆ ตามที่เขาคาดไว้ แต่เป็นเรื่องของความไม่พึงพอใจในหัวหน้างาน รวมไปถึงเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายนั้น ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ Jones เลยเริ่มจัดทำข้อมูลที่ผู้สมัครงานในแต่ละตำแหน่งควรรู้ทั้งหมด ใส่ลงใน VR เพื่อให้คนที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาทำงานในตำแหน่งนั้นๆ ต่อไป เข้าใจตรงกันมากขึ้นว่าพวกเขาจะต้องเจออะไรในการทำงานที่นี่บ้าง 

ระบบยังสามารถสร้างสถานการณ์สมมติต่างๆ เพื่อทดสอบผู้สมัครงาน ให้เขาได้ทดลองตัดสินใจหรือจัดการปัญหาที่ต้องเจอเวลาทำงานจริงๆ ผ่าน VR ซึ่งก็เป็นประโยชน์กับฝ่ายบุคคล ในการคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุด

นอกจากนี้ Jones ยังเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การทำงานต่างๆ ที่ผ่านมาขององค์กร เพื่อให้พนักงานปัจจุบัน ได้เรียนรู้และทดลองตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่อาจยังไม่เคยเจอมาก่อนผ่าน VR ระบบเดียวกันนี้ รวมไปถึงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำงานทั้งหมดของทุกคน เพื่อคาดการณ์แนวโน้มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างระบบการประเมินหรือรีวิวในบริษัทให้มีประสิทธิผลมากขึ้น

หลังจากที่ได้ทดลองใช้ระบบ VR ในการจัดการทรัพยากรบุคคลนี้ กลายเป็นว่าองค์สามารถลดอัตราการเปลี่ยนพนักงานจาก 53% เหลือเพียง 19% ขณะที่พนักงานปัจจุบันส่วนใหญ่ของบริษัท ก็บอกว่าพวกเขาพัฒนาการทำงานได้รวดเร็วขึ้น เมื่อฝึกฝนด้วย VR

ในมุมขององค์กรเอง กรณีนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า การตัดสินใจและดำเนินการแก้ปัญหาผ่านการใช้ข้อมูล สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กรได้ หากปรับวัฒนธรรมการขับเคลื่อนองค์กรให้อยู่บนพื้นฐานของการใช้ข้อมูล (Data-driven Organization)