5 ทักษะมาแรง ปี 2021 ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคหลังโควิด

essential-skills-for-future-of-work

ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งส่งผลให้เกิด Disruption ของธุรกิจ เกิดรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันและลักษณะการทำงานรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Work From Home หรือ Online Meeting ที่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับองค์กรยุคนี้

แม้ New Normal ส่งผลให้แนวโน้มจำนวนคนเสี่ยงตกงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของระบบ Automation การทำ Digital Transformation หรือการ Digitalization ขององค์กร แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ที่ต้องอาศัย Skills หรือทักษะเฉพาะทางอันหลากหลายตามมาด้วยเช่นกัน

เพื่อให้ตอบโจทย์กับลักษณะการทำงานรูปแบบใหม่…จะมีทักษะอะไรบ้างที่สำคัญและถือเป็นความต้องการของตลาดแรงงานสำหรับโลกการทำงานอนาคต มาดูกัน!

1. ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

World Economic Forum ระบุว่า Artificial Intelligence หรือ AI Skills ถือเป็นทักษะมาแรงอันดับหนึ่งสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต ด้วยการเติบโตของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีบทบาทต่อธุรกิจ จนอาจกลายมาเป็นบรรทัดฐานชี้วัดความก้าวหน้าขององค์กรยุคใหม่ ทักษะในด้าน AI จึงเป็นทักษะที่มีความต้องการสูงมากสำหรับองค์กรที่ต้องการการเติบโตอย่างรวดเร็ว 

ทักษะนี้ครอบคลุมความรู้ความเข้าใจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Programming languages:  (Python, R, Java), การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) , วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) เป็นต้น

2. ทักษะการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิพากษ์ (Problem-Solving / Critical Thinking)

ผลสำรวจวิจัยของ Society for Human Resource Management หรือ SHRM เผยว่า 37 % ของผู้ว่าจ้างพบว่าทักษะในด้านการแก้ปัญหาและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์นั้นถือเป็น Soft Skills อันดับแรกๆ ที่ผู้ว่าจ้างมองหาในตัวผู้สมัครมากที่สุด เพราะฉะนั้นหากสามารถแสดงทักษะในด้านนี้ได้จะมีโอกาสได้งานมากกว่าผู้สมัครทั่วไป 

โดยทักษะในด้านนี้ได้แก่ การมีความสามารถในการมองเห็นปัญหา ตั้งคำถามได้อย่างถูกต้อง มีความสามารถในการวิเคราะห์ ตีความข้อมูล และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

3. ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)

Data Analytics ถือเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสายงาน Digital Marketing, Marketing Research, Strategic Planning  โดยเป็นทักษะที่นำเอาข้อมูลขององค์กร (Big Data) และสถิติมาวิเคราะห์และคาดคะเนแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อวางแผนการตลาดและคำนวณผลตอบแทนทางธุรกิจ

จึงอาจกล่าวได้ว่าทักษะด้านนี้คือการอาศัยข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง มากกว่าการใช้เพียงสัญชาตญาณ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในทักษะนี้จึงเป็นที่ต้องการ เพราะยิ่งธุรกิจมีข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างผลกำไรได้มากขึ้นเท่านั้น

4. ทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

ถือเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้นำองค์กร และยิ่งถ้าพนักงานในองค์กรมีทักษะนี้ด้วย จะยิ่งช่วยให้องค์กรทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น และส่งผลให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพราะในการทำงานสิ่งสำคัญยิ่งไปกว่าการเชี่ยวชาญในหน้าที่แล้ว เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน 

ความเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานอย่างเดียว ไม่อาจการันตีได้ว่างานจะสำเร็จลุล่วง หากไม่มี Emotional Intelligence ที่จะมาจัดการกับภาวะทางอารมณ์ที่เป็นผลกระทบจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความกดดัน หรือความไม่เข้าใจกัน ซึ่งผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะสามารถจัดการกับภาวะเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

5. ทักษะด้านการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย (Digital / Social Media Marketing)

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ผู้คนเข้าถึงและรู้จักธุรกิจใหม่ๆ ผ่านเครื่องมือสำคัญคือ Social Media ซึ่งการจะทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักก็ต้องอาศัยทักษะสำคัญก็คือด้านการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ขององค์กรให้น่าสนใจอยู่เสมอ เพราะองค์กรต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ที่สามารถดึงดูดและขยายขอบเขตของลูกค้าในอนาคตมากขึ้น 

ซึ่งอาศัยความรู้หลากหลายแขนงของมาร์เก็ตติ้ง อาทิ Search Engine Optimization (SEO) , Search Engine Marketing (SEM) การสร้างแบรนด์ เป็นต้น

แม้ว่าการทำงานในอนาคตจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่เราเชื่อว่าคนที่รู้จักพัฒนาตัวเอง Reskill – Upskill ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ย่อมมีโอกาสเอาชนะความไม่แน่นอนในโลกการทำงานอนาคตได้อย่างแน่นอน!